วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553

บทที่ 10 กฎหมายสำคัญของไทยที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

กฎหมายสำคัญของไทยที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
1.กฎหมายเกี่ยวกับองค์การที่ดูแลสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยทั่วไป
2.กฎหมายควบคุมนักท่องเที่ยว
3.กฎหมายควบคุมดูแลและพัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยว
4.กฎหมายควบคุมเกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยว

1.กฎหมายเกี่ยวกับองค์การที่ดูแลสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยทั่วไป มีกฎหมายสำคัญจำนวน 4 ฉบับ ได้แก่
* พระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522
ให้คำจำกัดความของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวและคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
* พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545
กฎหมายก่อตั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาขึ้นรับผิดชอบด้านการท่องเที่ยวให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)โอนภาระงานด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาบริการท่องเที่ยว และทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวให้กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ทำให้ททท.มีหน้าที่เพียงด้านการบริหารจัดการตลาดการท่องเที่ยวเป็นหลัก
* พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ.2544
* พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 ถึง 2546 (รวม 5 ฉบับ)
เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตำบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม จัดให้มีและบำรุงรักษาทางน้ำและทางบก การกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุและผู้พิการคุ้มครองดูแลและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น

2.พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 มีกฏหมายสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่
* พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522/ 2523 และ 2542
เป็นกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าออกในประเทศในฐานะนักท่องเที่ยว
* พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ถึง 2548
เกี่ยวข้องกับการนำของเข้า การส่งของออก การเสียภาษีตามพิกัดอัตราศุลกากรของนักท่องเที่ยว รวมทั้งระเบียบว่าด้วยการตรวจของและป้องกันการลักลอบหนีศุลกากร และข้อกำหนดเรื่องการนำเงินตราเข้าออกประเทศ
3. กฏหมายควบคุมดูแลและพัฒนารัพยากรการท่องเที่ยว มีกฏหมายสำคัญ 17 ฉบับ ได้แก่
*1.พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504
เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองดูแลรักษาและจัดการอุทยานแห่งชาติอันเป็นทรัพยากรการโดยอำนาจหน้าที่การดูแลและการจัดการอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
*2.พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และ 2546
เกี่ยวข้องกับการสงวนและคุ้มครองโดยคณะกรรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ เพื่อไม่ให้สัตว์ป่าเหล่านั้นถูกทำร้ายและสูญพันธุ์ในบริเวณเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า และอุทยานแห่งชาติ
*3. พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507, 2522 และ 2528
เกี่ยวข้องกับการจัดการดูแลพื้นที่บริเวณที่เป็นป่าสงวน ซึ่งปัจจุบันสถานที่ท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ยังคงอยู่ในอำนาจหน้าที่ของพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ
*4.พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484, 2522 และ 2525
เกี่ยวกับการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติ ควบคุมการตัดไม้ ทำไม้ และของป่าหวงห้าม รวมทั้งควบคุมการนำไม้และของป่าเคลื่อนออกจากป่า เพื่อมิให้มีการตัดไม้และทำลายไม้โดยไม่จำเป็น และสงวนไม้มีค่าบางชนิดเอาไว้ มีส่วนช่วยในการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของป่าให้ยั่งยืน
*5.พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510, 2522 และ 2534
เกี่ยวกับการสำรวจแร่หรือทำเหมือง ถ้าพบโบราณวัตถุหรือซากดึกดำบรรพ์หรือแร่พิเศษอันมีคุณค่าแก่การศึกษาในทางธรณีวิทยา จะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเกี่ยวกับการเก็บได้ซึ่งวัตถุนั้น และผู้ถืออาชญาบัตรหรือผู้ถือประทานบัตรชั่วคราว หรือผู้ถือประทานบัตรจะต้องแจ้งต่อทรัพยากรธรณีประจำท้องถิ่น
*6.ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2520
เกี่ยวกับการสำรวจและทำสำมะโนที่ดินเพื่อให้ทราบถึงความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ และความเหมาะสมแก่การทำประโยชน์ของรัฐและประชาชน
*7.พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.2485
เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาและอนุรักษ์ประเพณีและศิลปวัฒนธรรม ความเป็นเอกลักษณ์ของชาติให้คงอยู่สืบไป*8.พระราชบัญญัติรักษาคลอง รศ. 121
เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลและจัดการกับพื้นที่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ให้อยู่ในสภาพดีและเหมาะสม ปัจจุบันบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในกรุงเทพมหานคร ดังนั้นการดำเนินการใดๆในพื้นที่แห่งนี้ต้องถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติเกาะรัตนโกสินทร์
*9. พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พ.ศ.2535
เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียน การกำกับดูแลโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และป้องกันการค้าโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ผิดกฎหมาย การจัดตั้งอุทยานประวัติศาสตร์
*10. พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535
การควบคุมมลพิษ การส่งเสริมรักษาและกำหนดมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม การกำหนดมาตรฐาน ควบคุมการระบายน้ำทิ้งจาก โรงแรม อาคารชุด หอพักฯลฯ ในแหล่งท่องเที่ยวและควบคุมมลพิษจากแหล่งที่อื่นที่อาจจะส่งผลต่อแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้เคียง
*11.พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และ 2535
ควบคุม ดูแลกิจกรรมต่างๆ ของคณะสงฆ์ ซึ่งรวมถึงที่ดินของวัดอันเป็นที่ตั้งของทรัพยากรการท่องเที่ยวประเภทศาสนสถานและโบราณสถาน
*12. พระราชบัญญัติสุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. 2528
กำหนดให้มีการเผาศพ หรือฝังศพในสุสานและฌาปนสถานสาธารณะหรือเอกชนที่ได้มีผู้ดำเนินการอนุญาตจัดตั้งเท่านั้น จะไปเผาศพหรือฝังศพที่อื่นไม่ได้ เพราะจะทำให้ภูมิทัศน์ของพื้นที่เหล่านั้นเสียไป รวมไปถึงการก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับด้านสาธารณสุข คือ อาจเป็นอันตรายในทางอนามัยแก่ประชาชนทั่วไปได้
*13.พระราชบัญญัติว่าด้วยลักษณะฐานะของวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิกในกรุงสยามตามกฎหมาย ร.ศ. 128
กำหนดหลักเกณฑ์ในการที่จะให้มิสซังกรุงเทพ และมิสซังหนองแสง (นครพนม) ถือที่ดินในประเทศไทยเพื่อก่อตั้งวัดบาทหลวงและสถานที่พักสอนศาสนา
*14.พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 และ 2528
ควบคุม และดูแลทางด้านการประมง อนุรักษ์ที่จับสัตว์น้ำ ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยว
*15. พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2512, 2522 และ 2535
เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการการสร้างโรงงานและการจัดการโรงงาน เพื่อลดการส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมต่อแหล่งท่องเที่ยว และในบริเวณใกล้เคียงแหล่งท่องเที่ยว
*16. พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบของชานเมือง พ.ศ.2535
เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสะอาดในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตกรุงเทพฯ พัทยา และเทศบาลซึ่งพื้นที่ต่างๆ เหล่านี้อาจรวมถึงบริเวณแหล่งท่องเที่ยวด้วย
*17.พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2518, 2525 และ 2535 และพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522, 2535 และ 2543

4. กฎหมายควบคุมเกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยว มีกฏหมายสำคัญ 22 ฉบับ ได้แก่
1 พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2535
2 พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547
3 พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509, 2521, 2525 และ 2546
4 พระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ.2535
5 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528,2537,2544
6 พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2535

7 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2520, 2534 และ 2544
8 พระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 ถึง 2548
9 พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542
10 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 และ 2541
11 พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 ถึง 2543
12 พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ถึง 2546
13 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ถึง 2542
14 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ถึง 2547
15 กฎหมายว่าด้วยทางหลวงตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 259 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2515
16 พระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทยพ.ศ.2494 ถึง 2543
17 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ถึง 2540
18 ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 68 ลงวันที่ 3 มกราคม พ.ศ.2515
19 พระราชบัญญัติเรือไทย พ..2481 ถึง 2540
20 พระราชบัญญัติป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ.2522
21 พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497 ถึง 2542
22 พระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 ถึง 2538




บทที่ 9 ผลกระทบของอุตสาหากรรมท่องเที่ยว


ผลกระทบจากการท่องเที่ยวต่อเศรษฐกิจ
ด้านบวก
1.ช่วยให้เกิดรายได้แก่ท้องถิ่นภภายประเทศ
2.ช่วยทำให้เกิดรายได้ต่อรัฐบาล
3.ช่วยให้เกิดการจ้างงาน
4.ช่วยให้เกิดอาชีพใหม่
5.ช่วยให้เกิดรายรับเงินตราต่างประเทศ
6.ช่วยให้เกอดภาวะดุลชำระเงิน

ด้านลบ
1.ค่าครองชีพของคนไทยในพื้นที่สูงขึ้น
2.ราคาที่ดินแพงขึ้น
3.มีค่าใช้จ่ายต่างๆที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ เครื่องดื่มแอลกอออล์ ผลไม้ อาหาร
4.ทำให้สูญเสียรายได้นอกประเทศ
5.รายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆเป็นไปตามฤดูกาล

ผลกระทบจากการท่องเที่ยวต่อสังคม
ด้านบวก
1.เป็นการพักผ่อนหย่อนใจลดความตรึงเครียดจากการทำงาน
2.ช่วยให้เกิดสัติภาพแห่งมวลมนุษย์
3.ช่วยให้ประชาชนได้เห็นถึงศิลปวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละท้องถิ่น
4.มาตราฐานการครองชีพดีขึ้น
5.คนในท้องถิ่นได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น
6.ช่วยเสริมอาชีพให้คนในท้องถิ่น
7.ช่วยให้สภาพแวดล้อมของท้องถิ่นดีขึ้น
8.การเดินทางท่องเที่ยวจะทำให้เกิดสันติภาพแห่งมวลมนุษย์
9.การท่องเที่ยวจะลดปัญหาการอพยพเข้าไปหางานทำในเมืองหลวง

ด้านลบ
1.ความรู้สึกไม่ดีต่อคนในท้องถิ่นจากนักท่องเที่ยว
2.การมีค่านิยมผิดๆ
3.โครสร้างครอบครัวเปลี่ยนแปลงเมื่อท้องถิ่นกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว
4.การลบเลือนของอาชีพดั้งเดิมของท้องถิ่น
5.ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรม
6.ปัญหาโสเภณีและเพศพาณิชย์
7.ปัญหาบิดเบือนการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว
8.ปํยหาความไม่เข้าใจกันและความขัดแย้งกันระหว่างคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
9.ช่วยให้เกิดการก่อสร้างดึงดุดใจด้านการพักผ่อนในพื้นที่
10.ปัญหาต่างๆเช่น ปัญหายาเสพติด

ผลกระทบจากการท่องเที่ยวต่อวัฒนธรรม
ด้านบวก
1.เกิดงานเทศกาลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
2.มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและนักท่องเที่ยวนิยมมากขึ้น
3.ช่วยเผยแพร่เอกลักษณ์ประเทศ
4.ผลกระทบอื่นๆ เช่นการเกิดความเชื่อถือของชาวบ้าน

ด้านลบ
1.คุณค่าของงานศิลปะลดลง
2.วัฒนธรรมประเพณีถูกเสนอขายในรูปแบบของสินค้า
3.วัฒนธรรมของนักท่องเที่ยวมีบทบาทในการรับวัมนธรรมใหม่
4.เกิดการตระหนักทางวัฒนธรรม
5.การยอมรับพฤติกรรมและเลียนแบบพฤติกรรมนั้นๆ

สรุป
การท่องเที่ยว ในแง่มุมที่ครอบคลุมจะพิจารณานักท่องเที่ยวทำให้กาท่องเที่ยวมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เมื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวขยายตัวขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ผู้ประการมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือผลกระทบ การที่จะทำให้การท่องเที่ยวอยู่ต่อได้นานๆ ควรใช้ไปด้วยรักษาไปด้วย

บทที่ 8 ธุรกิจอื่นๆและองค์ประกอบเสริมในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่ม

ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มถือเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าธุรกิจที่พักและธุรกิจขนส่งเพราะนักท่องเที่ยวจำเป็นต้องรับประทานอาหารในระหว่างการท่องเที่ยวหรือการเดินทาง ในปลายศตวรรษที่ 18 ที่ห้องอาหารในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส คำว่า ภัตตาคารได้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการเน้นการบริการอาหารประเภทกับแกล้มหรืออาหารเบาๆ และมีผู้ให้คำนิยามของคำว่าร้านอาหารและภัตตาคารต่อมา


การจำแนกปะเภทของธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่ม
เนื่องจากในปัจจุบันนี้มีร้านอาหารและภัตตาคารต่าง ๆ มากมายไว้บริการแก่ลูกค้า จึงเป็นเรื่องค่อนข้างยากในการจำแนกประเภทของร้านอาหารอย่างชัดเจน สามารถแบ่งประเภทของธุรกิจอาหารการบริการและเครื่องดื่มได้เป็น 7 ประเภทดังนี้


1.ธุรกิจอาหารจานด่วน (Fast-Food Restaurants)
เป็นธุรกิจอาหารที่กำลังได้รับความนิยมและขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ลูกค้าสามารถเลือกที่จะนั่งรับประทานในร้านหรือซื้อออกไปก็ได้และราคาอาหารค่อนข้างต่ำ ร้านอาหารจานด่วนมีการดำเนินการในรูปแบบของการรับสิทธิ



2. ธุรกิจอาหารสำเร็จรูปเดลี่ (Deli shops)
เป็นธุรกิจที่ผสมผสานการให้บริการอาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง เนย แซนวิช สลัด และอาหารสำเร็จรูป ประเภทอื่นๆ ปัจจุบันร้านอาหารประเภทนี้นิยมมาก
3. ธุรกิจอาหารบุฟเฟ่ต์ (Buffets)
เป็นธุรกิจอาหารแบบบริการตนเอง ซึ่งปกติจะบริการเครื่องดื่มและจะให้บริการที่โต๊ะลูกค้าโดยตรงทุกอย่างคุณสามารถกินได้ และตั้งราคาเดียวและราคาไม่สูงมากนัก



4. ธุรกิจค๊อฟฟี่ช๊อพ (Coffee Shops)
เน้นการบริการอาหารแบบรวดเร็ว ลูกค้าหมุนเวียนเข้าไปมารับประทานอาหารโดยใช้เวลาน้อย ไม่ เน้นความหรูหราและราคาค่อนข้างต่ำร้านอาหารประเภทนี้ส่วนใหญ่จะขายดีที่สุดช่วงอาหารเที่ยงรือช่วงกาแฟบ่าย



5. ธุรกิจคาเฟทีเรีย (Cafeterias)
เป็นธุรกิจอาหารแบบบริการตนเอง โดยส่วนใหญ่ราการอาหารจะค่อยข้างจำกัดกว่าภัตตาคารทั่ว ๆ ไป จำนวนมากที่ต้องการความรวดเร็วในช่วงธุรกิจหนาแน่น
6. ธุรกิจอาหารกูร์เมต์ (Gourmet Restaurants)
เป็นธุรกิจที่เน้นการให้บริการในระดับสูง โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ มาตรฐานการบริการในระดับสูง และพร้อมจ่ายเงินเพื่อซื้อการบริการที่พึงพอใจ
7. ธุรกิจอาหารเฉพาะกลุ่มเชื้อชาติ (Ethic Restaurants)
เป็นธุรกิจที่ให้บริการอาหารเฉพาะรายการอาหารประจำ
อาหารไทย

อาหารไทยภาคกลาง
มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากร ธรรมชาติ ที่ราบลุ่มแม่น้ำและต้นกำเนิดแม่น้ำลำธาร จึงเป็นศูนย์กลางการค้าและทางวัฒนธรรมของชาติ มีความหลากหลายของอาหาร ทั้งเค็ม เผ็ด เปรี้ยวหวาน และมีการแต่งกลิ่นด้วยเครื่องเทศต่างๆ

อาหารไทยภาคเหนือ
ภูมิศาสตร์และภูมิอากาศอุดมสมบูรณ์ มีความหลายหลายทางวัฒนธรรม อาหารใช้พืชตามป่าเขา หรือที่ปลูกไว้มาปรุงอาหาร มีแบบเฉพาะ เรียกว่า “ขันโตก” ไม่นิยมใส่น้ำตาลเพราะได้ความหวานจากผักแล้ว


อาหารไทยภาคใต้
อยู่ติดทะเล (ฝน8แดด4) อาหารหลักจึงเป็นอาหารทะเล (มีกลิ่นคาวจึงใช้เครื่องเทศและขมิ้นดับกลิ่น) อาหารมีรสชาติเผ็ด ร้อน เค็ม เปรี้ยว นิยมกินผักเพื่อลดความร้อน เรียกว่า “ผักเหนาะ” หรือ “ผักเกร็ด”


อาหารไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศร้อน ภูเขา ป่าไม้มีน้อย ดินร่วนปนทราย มักรับประทานผักพื้นบ้าน เช่น ผักหูเสือ แคป่า ผักจิก นิยมเลี้ยงวัว ควาย เพื่อบริโภค และสัตว์อื่นๆ ตามธรรมชาติ เช่น มดแดง ตั๊กแตน แมงดานา อาหารมีรสชาติเผ็ด เปรี้ยว เค็ม


ลักษณะอาหารที่โรงแรมจัดไว้ส่วนใหญ่มักเป็นอาหารตะวันตก
1. อาหารเช้า คือ อาหารที่รับประทานตั้งแต่ 8.00-9.00 เป็น2ประเภทคือ
- อาหารเช้าแบบยุโรป เป็นอาหารเช้าที่ประกอบไปด้วยน้ำผลไม้ ขนมปัง แยม หรือเนยหรือกาแฟเท่านั้น
- อาหารเช้าแบบอเมริกัน ประกอบด้วยน้ำผลไม้ คอร์นแฟลก ขนมปัง ไข่ดาว แฮม เบคอน แล้วตามด้วยชา กาแฟ
2. อาหารก่อนกลางวัน คือ รับประทานช่วงเวลาระหว่างอาหารเช้ากับมื้อเที่ยงตั่งแต่ 9.30-11.30
3. อาหารกลางวัน Lunch or Luncheon รับประทานในช่วง 11.30-14.00 น.เป็นอาหารที่ไม่หนักจนเกินไป ใช้เนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย เช่น ปลา หมู ผักต่างๆ อาจเป็นแบบ A La Carte คือรายการที่ลูกค้าสามารถสั่งได้ตามใจชอบจากรายการที่มี หรือ Table d ’Hotel คือแบบรายการอาหารชุด แบ่งเป็น
-อาหารจานเดียว (One Course)
-อาหารกลางวันประเภทสองจาน (Two Courses)
-อาหารกลางวันประเภทสามจาน (Three Courses)
-อาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์ (Buffet Lunch)
4. อาหารว่างหรืออาหารน้ำชา (Afternoon Tea)
5. อาหารเย็น ( Dinner) เริ่มตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นอาหารมื้อที่หนักที่สุดของวัน ประกอบด้วยอาหารชุดต่างๆ
- อาหารเรียกน้ำย่อย (Appetizer)
- ซุป (Soup)
- อาหารนำจานหลัก (Entrees) ประเภทอาหารทะเล
- อาหารหลัก (Main Course) ได้แก่อาหารประเภท เนื้อสัตว์ แป้ง
- ของหวาน (Dessert)
- ชาหรือกาแฟ (Tea or Coffee)
6. อาหารมื้อดึก (Supper)เป็นอาหารเบาๆ ซึ่งรับประทานหลังมื้อเย็นหรือหลังอาหารหนัก

ธุรกิจจำหน่ายสินค้าและสินค้าที่ระลึก (Shopping and Souvenir Business)
คือ การประกอบธุรกิจขายปลีก เพื่อจำหน่ายสินค้าเฉพาะอย่างหรือหลายอย่างแก่ผู้บริโภค


ประเภทของธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการ
ห้างสรรพสินค้า ( Department Store)
หมายถึงกิจการขายปลีกขนาดใหญ่ที่รวมสินค้าหลายอย่างเข้ามาไว้ภายในบริเวณเดียวกัน โดยแยกตามแผนก เพื่อเป็นการประหยัดเวลาของลูกค้ามักตั้งอยู่ในแหล่งชุมชน
ศูนย์การค้า (Shopping Centers/Malls)
คือ การขายปลีกขนาดใหญ่ที่รวมร้านขายปลีกรวมทั้งห้างสรรพสินค้าเข้ามาอยู่ในอาคารเดียวกัน ตลอดจนบริการที่จอดรถตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ
ร้านค้าปลอดอากร (Duty-free shop)และร้านปลอดภาษี (Tax-free shop)
เป็นร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าให้แก่นักท่องเที่ยวระหว่างประเทศเท่านั้น โดยสินค้าในร้านปลอดอากรนั้น มักเป็นสินค้าปลอดอากรที่นำเข้าจากต่างประเทศราคาสูง แต่ขายถูก และมักเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศ

ธุรกิจนันทนาการ (Recreation Business)
หมายถึง การประกอบธุรกิจการให้บริการเพื่อความบันเทิงและเพลิดเพลินสำหรับคนเดินทางหรือนักท่องเที่ยว
ธุรกิจสวนสนุก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1.สวนสนุก (Amusement Park) เป็นสถานที่ที่สร้างเพื่อให้บริการด้านความบันเทิง สนุกสนานเพลิดเพลิน ประกอบด้วย เครื่องเล่นเกม การละเล่นต่างๆ ของคนในท้องถิ่น และนักท่องเที่ยว
2.สวนสนุกรูปแบบเฉพาะ (Theme Park) เป็นสวนสนุกที่มีสิ่งดึงดูดใจและมีแนวคิดทางการตลาดที่มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน
ธุรกิจบันเทิง เพื่อการท่องเที่ยว หมายถึง สถานบันเทิงยามค่ำคืนและการจัดการแสดงบนเวที (Performing art)
ธุรกิจกีฬาปกติ เป็นการจัดให้บริการสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถเล่นกีฬาได้ตามแหล่งท่องเที่ยว
ธุรกิจกีฬาตามเทศกาล เป็นการประกอบธุรกิจการจัดแข่งขันกีฬาตามเทศกาล

บทที่ 7 ตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยว

แทรเวล เอเจนซี่ (travel agency)
ผู้เชี่ยวชาญทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ความสหมายของแทรเวลเอเจนซี่ไว้ดังนี้
แทรเวลเอเจนซี่ หมายถึง ธุรกิจขายปลีกที่ได้รับอนุมัติให้ขายผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวแทนผู้ประกอบการธุรกิจ ธุรกิจขายปลีกที่ได้รับอนุญาตให้ขายผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวแทนผู้ประกอบธุรกิจ ธุรกิจที่ช่วยสาธารณชนในการวางแผนการท่องเที่ยว และความต้องการทางการท่องเที่ยว

บทบาทหน้าที่ของแทรเวล เอเจนซี่
1.จัดหาราคาอัตราสินค้าทางการท่องเที่ยว
ทางการท่องเที่ยวแทรเวลเอเจนซี่มีหน้าที่จัดหาราคาต่างๆเช่นค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน ราคาห้องพักของโรงแรม ราคารถเช่า ราคาทัวร์แบบเหมาจ่าย
2.ทำการจอง
ในการจองบัตรยการบิน สายการเดินเรือ บริษัทรถไฟ และสถานที่พักแรม การโดยสารเครื่องบินแทรเวลเอเจนซี่ต้องการข้อมูลต่าง ๆ ดังนี้ - จำนวนผู้โดยสารพร้อมชื่อและนามสกุล
- เบอร์โทรศัพท์
- ที่อยู่ทางไปรษณีย์
- ชื่อผู้จอง
- ข้อมูลความต้องการบริการพิเศษ
- วันที่ออกบัตรโดยสาร
- รูปแบบการชำระเงิน
3.รับชำระเงิน
แทรเวลเอเจนซี่ ที่ได้รับการรองรับจาก arc(Airlines Reporting Corporation)จะได้รับอนุญาติให้รับชำระเงินค่าบัตรโดยสารได้ทุก ๆ สัปดาห์
4.ทำการส่งบัตรโดยสารหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง
5.ช่วยเหลือลูกค้าในการซื้อสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวอื่นๆ
6.ช่วยดำเนินการในการซื้อบัตรโดยสาร
7.ออกบัตรโดยสารเครื่องบินและเอกสารอื่นๆ


ประโยชน์ของการใช้บริการแทรเวล เอเจนซี่
1.แทรเวล เอเจนซี่มีความชำนาญในการหาข้อมูลและวางแผนในการท่องเที่ยว
2.แทรเวล เอเจนซี่สามารถหาข้อเสนอหรือราคาที่ดีที่สุด
3.แทรเวล เอเจนซี่ช่วยประหยัดเวลาและความลำบาก
4.แทรเวล เอเจนซี่แก้ปัญหาได้เมื่อเกิดข้อผิดพลาดหรือปัญหา
5.แทรเวล เอเจนซี่รู้จักแหล่งประกอบธุรกิจมากกว่า
6.แทรเวล เอเจนซี่รู้จักแหล่งท่องเที่ยวดีกว่า

ประเภทของแทรเวล เอเจนซี่
- แบบที่มาแต่เดิม
- แบบที่ขายทางอินเตอร์เน็ต
- แบบที่ชำนาญเฉพาะทาง
- แบบที่ประกอบธุรกิจจากที่พัก

บริษัททัวร์ หมายถึง ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวที่จัดทำดปรแกรมทัวร์แบบเหมาจ่ายโดยขายให้กับลูกค้าผ่าน แทรเวล เอเจนซี่
ทัวร์ หมายถึง รูปแบบการท่องเที่ยวที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า

ประโยชน์ของการใช้บริษัททัวร์
1.ประหยัดเวลาและค่าใชจ่าย
2.ประหยัดค่าใช้จ่าย
3.ได้ความรู้
4.ได้เพื่อนใหม่
5.ได้ความสบายใจและรู้สึกปลอดภัย
6.ไม่มีทางเลือกอื่น

ประเภทของทัวร์
1.ทัวร์แบบอิสระ Independent เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางแบบอิสระ









2.ทัวร์แบบไม่มีผู้นำเที่ยว Hosted Tour โปรแกรมเหมาจ่ายที่ได้รับการบริการจากตัวแทนของบริษัท











3.ทัวร์แบบมีผู้นำเที่ยว Escorted Tour โปรแกรมเหมาจ่ายที่รวมการบริการของมัคคุเทศก์ตลอดเส้นทาง



วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553

บทที่ 6 ที่พักแรม

ธุรกิจที่พักแรมในสากล/ต่างประเทศที่พักแรมมีมาแต่ยุคโบราณ ย้อนหลังไปถึงยุคอารยธรรมกรีกและโรมัน เกิดขึ้นสนองความต้องการที่พักของนักเดินทางที่ไม่สามารถไปกลับได้ในวันเดียว ปริมาณการเดินทางในอดีตมีไม่มาก ที่พักส่วนใหญ่ขยายตัวไปตามความเจริญทางสังคม

ธุรกิจที่พักแรมในประเทศไทย
- โอเรียนเต็ลโฮเต็ล Oriental Hotel
- โอเต็ลหัวหิน หรือ โรงแรมรถไฟหัวหิน
- โอเต็ลวังพญาไท คือ โรงแรมหรูสมัยรัชกาลที่ 7
- โรงแรมรัตนโกสินทร์

ปัจจัยพื้นฐานในการบรการที่พักแรม
1.คสามปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้พัก
2.ความสะอาดและสุขอนามัยในสถานที่พัก อาหาร-เครื่องดื่ม
3.ความสะดวกสบายจากบริการสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลาย
4.ความเป็นส่วนตัว
5.บรรยากาศการตกแต่งที่สวยงาม
6.ภาพงักษณ์ของกิจการ และอื่นๆ

ประเภทที่พักแรม
1.โรงแรม หมายถึง สถานที่ที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทาง โดยมีค่าตอบแทน และคำว่าโรงแรมไม่รวมถึง
- สถานที่พักจัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการชั่วคราว หรือเพื่อการกุศล การศึกษา โดยมิใช่เป็นการหาผลกำไร
- ที่พักอาศัยโดยคิดค่าบริการเป็นรายเดือนขึ้นไป
- สถานที่พักอื่นใดที่กำหนดในกฎกระทรวง
2.ที่พักนักท่องเที่ยว
- บ้านพักเยาชน หรือโฮสเทล เพื่อสร้างมิตรภาพและสันติภาพในสังคมโลก
- ที่พักพร้อมอาหารเช้าราคาประหยัด ส่วนใหญ่เป็นบ้านแบ่งให้เช่าพักในต่างประเทศ เป็นกันเองแบบครอบครัว
- ที่พักริมทางหลวง พวกโมเต็ล ขนาดเล็กราคาประหยัด ได้รับความนิยมสหรัฐอเมริกา
- ที่พักแบบจัดสรรเวลาพัก หรือ ไทม์แชริ่ง ให้มีการหมุนเวียนเข้าพักในกลุ่มที่พักตากอากาศ ได้รับความนิยมอเมริกา
- เกสต์เฮ้าส์ ที่พักขนาดเล็กราคาประหยัด อยู่ในย่านชุมชมหรือตามเมืองท่องเที่ยว
- อาคารชุดบริการที่พักระยะยาว หรือ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ พักระยะยาวเป็นสัปดาห์ เดือน หรือปี
- ที่พักกลางแจ้ง เป็นแบบประหยัดที่สุด ใกล้ชิดธรรมชาติ เช่นกางเต๊นท์
- โฮมสเตย์ หรือ ที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท เป็นการพักร่วมกับเจ้าของบ้าน ได้สัมผัสเรียนรู้วิถีชีวิตในชุมชนนั้น


แผนกงานในโรงแรม

- ส่วนหน้า ต้อนรับ ลงทะเบียน
- ส่วนงานแม่บ้าน จัดเตรียมห้องพัก ทำความสะอาด ซักรีด

- ส่วนอาหารและเครื่องดื่ม บริการเครื่องดื่ม การจัดเลี้ยง
- แผนกขายและการตลาด

- แผนกบัญชีและการเงิน ควบคุมการเงินของโรงแรม
- แผนกทรัพยากรมนุษย์ หรือ แผนกบุคคล

ประเภทของห้องพัก
- Single bed room ห้องพักสำหรับนอนคนเดียว
- Double bed room ห้องพักเตียงคู่ที่เป็นเตียงเดียวขนาดใหญ่
- Twin bed room ห้องพักเตียงคู่แฝด ประกอบด้วยเตียงเดี่ยว 2 เตียงตั้งเป็นคู่วางแยกกัน
- Suite ภายในประกอบด้วยห้องตั้งแต่ 2 ขึ้นไป โดยกั้นเป็นสัดส่วนแบ่งเป็นห้องนอนและห้องนั่งเล่น



บทที่ 5 การคมนาคมขนส่ง Transportation

ความหมาย
การคมนาคมขนส่ง หมายถึง กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายคน สัตว์ สิ่งของจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยอาศัยสื่อกลางต่างๆภายใต้ราคาที่ตกลงกันไว้

พัฒนาการขนส่งทางบก
ประวัติการขนส่งทางบก เริ่มขึ้นในสมัย 200ปีก่อนคริสตกาล หรือยุคบาบิลินซึ่งใช้คนลากรถสองล้อไปบนถนน ก่อนที่จะนำสัตว์เช่น วัว ลา มาช่วยลากรถสองล้อในยุคอียิปต์และกรีก จนกระทั่งในยุคโรมันจึงได้มการพัฒนาการขนส่งจากรถลากสองล้อมาเป็นรถสี่ล้อที่ใช้ม้าลาก

พัฒนาการขนส่งทางน้ำ
การขส่งทางน้ำถือว่าเปนการขนส่งที่เก่าแก่มามากที่สุดในโลก มีการพัฒนาแพขึ้นมาจากท่อนไม้ และต่อมานำต้นไม้ทั้งต้นมาขุด เป็นลำเรือ ต่อมาได้มีการพัฒนาเรือที่ใช้เครื่องจีกรไอน้ำทำให้สามารถแล่นได้รวดเร็วและไกลขึ้น ในค.ศ.1815 มีการต่อเรือสำราญที่สมบรูณ์ ในสงครามโลกครั้งที่ 1 เรือสำราญได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากเศรษฐกิจตกต่ำ มีการลดราคาการเดินทางลง


พัฒนาการขนส่งทางอากาศ
ค.ศ.1903 พี่น้อตระกูล Wright ได้ประดิษฐ์เครื่องบินขึ้นเป็นครั้งแรก ใรสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1ธุรกิจครั้งแรกเกิดขึ้นระหว่าง London และ Paris มีการส่งผู้โดยสารครั้งแรกเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา บินระหว่าง Boston กับ NewYork และในค.ศ.1927 ได้เริ่มจ้างพนักงานบนเครื่องบินขึ้น สงครามโลกคั้งที่ มีการผลิตเครื่องบินโบอิ้ง แล้วก็พัฒนามาเป็นเครื่องบิน Jumbo ไดอพ่นขนาดใหญ่


ประเภทของธุรกิจการคมนาคมขนส่งเพื่อการท่องเที่ยว
1. ธุรกิจการขนส่งทางบก
การคมนาคมขนส่งทางบกจัดว่าเป็นรูปแบบการเดินทางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งมากโดยเฉพาะการเดินทางโดยรถยนต์เนื่องจากความสะดวก คล่องตัวและประหยัด
- การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ
- การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถยนต์ส่วนตัว เป็นที่นิยมมากเพราะประหยัด สะดวก รวดเร็วและมีความคล่องตัว
- การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถเช่า
2.ธุรกิจการขนส่งทางน้ำ แบ่งได้หลายประเภท
- เรือเดินทะเล : เป็นเรือคมนาคมขนส่งจากเมืองท่าหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง และมักเป็นฤดูกาล
- เรือสำราญ : เรือสำราญคล้ายโรงแรมลอยน้ำ เพราะ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบคัน
- เรือข้ามฟาก
- เรือไบและเรือยอร์ช
- เรือบรรทุกสินค้า
3.ธุรกิจการขนส่งทางอากาศ แบ่งออกได้ 3 ประเภท
- การบินลักษณะเที่ยวบินประจำ
- เที่ยวบินประจำภายในประเทศ
- เที่ยวบินประจำระหว่างประเทศ

บทที่ 4 องค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว


แหล่งท่องเที่ยว มีคำจำกัดความ 3 คำได้แก่
1.ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม
2.จุดหมายปลายทาง หมายถึงสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง อาจเป็นหลายๆสถานที่ต่อการเดินทางครั้งหนึ่ง
3.สิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว หมายถึงสถานที่ที่มีศักยภาพในการดึงดูดให้คนเข้าไปเยี่ยมชม

ประเภทของแหล่งท่องเที่ยว
อาจจะแบ่งแหล่งท่องเที่ยวได้ด้วยลักษณะเฉพาะทางต่างๆ ได้แก่
- ขอบเขต(scope)
อาจแบ่งแหล่งท่องเที่ยวเป็น 2 ประเภทตามขอบเขตได้แก่ จุดหมายหลัก คือสถานที่ต้องน่าดึงดูดใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่ทำให้วกเขาเหล่านั้นมุ่งตรงไปยังสถานที่นั้น จุดหมายรองคือ สถานที่แวะพัก หรือเยี่ยมชมระหว่างการเดินทางไปยังจุดหมายหลัก
- ความเป็นเจ้าของ(ownership)
แหล่งท่องเที่ยวทั้งที่เป็นสถานที่ทางธรรมชาตและมนุษย์สร้างขึ้น อาจจัดแบ่งได้ตามความเป็นเจ้าของ
- ความถาวรคงทน(permanency)
แบ่งตามอายุของแหล่งท่องเที่ยว ประเภทที่เป็นสถานที่ อาจจะมีความคงทนถาวรกว่าประเภทที่เป็นงานเทศกาลหรือกิจกรรมต่าง ๆ
- ศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยว (Drawing power)
แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ
แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติในประเทศไทย
หาดป่าตอง

แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติในต่างประเทศ

น้ำตกไนแองการ่า ระหว่างประเทศ สหรัฐอเมริกาและแคนาดา


แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น

พระธาตุดอยสุเทพ


มีวัตถุประสงค์ในการสร้างและอายุ รวมทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างออกไปเช่นโบราณสถาน ซึ่งแบ่งได้ 7 ประเภท
1.โบราณสถานสัญลักษณ์แห่งชาติ มีความสำคัญสูงสุด เช่นพระบรมมหาราชวัง
2.อนุสาวรีย์แห่งชาติ สร้างเพื่อบุคคลหรือเหตุการณ์เรื่องราวที่สำคัญ
3.อาคารสถาปัตยกรรมแห่งชาติ เช่น พระที่นั่งอนันตสมาคม
4.ย่านประวัติศาสตร์ คือพื้นที่ที่มีความหนาแน่นทางสถาปัตยกรรม
5.อุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติ เช่น อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา สุโขทัย
6.นครประวัติศาสตร์แห่งชาติ เช่น จังหวัดอยุธยา
7.ซากโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีประวัติศาสตร์แห่งชาติ เช่น เวียงกุมกาม

แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และกิจกรรมของผู้คนในท้องถิ่น
พัฒนามาจากวัฒนธรรมประเพณี การดำรงชีวิตของผู้คน วัฒนธรรมที่เป็นรูปธรรมเท่านั้น จึงจะสามารถพัฒนาให้เป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวได้

ประเพณีสงกรานต์